สุขในจุดที่มอง

เคยไหมที่พยายามจะเปลี่ยนผู้อื่น อยากให้เขาเป็นแบบนั้น อยากให้เขาทำแบบนี้ ลองมาฟังเรื่องเล่าเรื่องนี้แล้วดูซิว่าเราได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้

มีหญิงคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมธาร ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถังแต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้านจึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่ง เดียวเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 3 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานเป็นอย่างยิ่ง

ในขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึกอับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ที่มันถูกสร้างขึ้นมา หลังจากเวลา 3 ปีที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า “ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะรอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้า ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทางที่กลับไปยังบ้านของท่าน”

คนตักน้ำตอบว่า… เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้าแต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้าและทุกวันที่เราเดินกลับ เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเป็นเวลา 3 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวยๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว … เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้

พอฟังเรื่องนี้แล้วคิดถึงหรือได้อะไรกันบ้างคะ…

คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองไม่มีใครที่เพอร์เฟคสมบูรณ์แบบ แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจและกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้ดังเช่นถังน้ำที่มีรอยแตก เพราะฉะนั้นเราก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็นและมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง เราจะได้ไม่ทุกข์ใจว่าทำไมเขาถึงไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อเรา เพราะคนเราไม่ได้มีแต่ข้อเสีย จงมองข้อดีที่เขามีอยู่ดีกว่า

ยกตัวอย่าง ในการทำงานเราควรดึงศักยภาพหรือจุดเด่นที่แต่ละคนมี แล้วเมื่อเรารวมตัวทำงานกัน เราจะเกิดทีมที่เป็นทีมเวิร์ค เปี่ยมไปด้วยคุณภาพแทนที่เราจะมองข้อเสียของเพื่อนร่วมงาน ทำให้บั่นทอนการทำงานเปล่าๆ เราเปลี่ยนมามองข้อดีและเรียนรู้จากเขาดีกว่า

จงมองหาความดีของผู้อื่น เพื่อยกย่องเชิดชูและนำมาเป็นตัวอย่าง

จงมองหาข้อด้อยของตนเอง เพื่อปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น

อาจารย์อรพินท์  ธีระตระกูลชัย 
(Trainer Sunny)
ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Soft Skill Trainer)

อาจารย์อรพินท์  ธีระตระกูลชัย 
(Trainer Sunny)

ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาด้านคนและทีมงาน
(Team Energized Trainer)

© Copyright 2018 All Rights Reserved. Design by Bright-Wisdom
© COPYRIGHT 2018-2020 เทรนเนอร์ซันนี่ – ALL RIGHTS RESERVED.
facebook-squareyoutube-playenvelopecamera-videophone linkedin facebook pinterest youtube rss twitter instagram facebook-blank rss-blank linkedin-blank pinterest youtube twitter instagram